วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 10

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้

การเขียนโครงการ
    กระบวนการทำงานประกอบไปด้วยหลายๆ กิจกรรม ให้เป็นไปตามลำดับ โดยต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำหนดระยะเวลาและงบประมาณที่จำกัดในการดำเนินงาน ต้องมีผู้รับผิดชอบต่อโครงการซึ่งเป็นผู้บริหารงานกิจกรรมต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนงาน เหมาะสมกับเวลาและงบประมาณที่ตั้งไว้

ลักษณะของโครงการ

  • ต้องมีระบบ  (System)
  • ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน  (Clear Objective)
  • ต้องเป็นการดำเนินงานในอนาคต  (Future Opjective)
  • เป็นการทำงานชั่วคราว  (Temporary Task)
  • มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน   (Definitely Duration)
  • มีลักษณะเป็นงานที่เร่งด่วน  (Urgently task)
  • ต้องมีต้นทุนการผลิตต่ำ  (Low Cost)
  • เป็นการริเริ่มหรือพัฒนางาน  (Creativity  or  Developing)

องค์ประกอบของโครงการ


 1.  ชื่อโครงการ
 2.  หน่วยงานที่รับผิดชอบ
 3.  ผู้รับผิดชอบโครงการ
 4.  หลักการและเหตุผล
 5.  วัตถุประสงค์
 6.  เป้าหมาย
 7.  วิธีการดำเนินงาน
 8.  
ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
 9.  แผนปฏิบัติงาน
10. 
งบประมาณและทรัพยากรที่ต้องใช้
11. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
12. การติดตามและประเมินผลโครงการ

การเขียนรายงานวิชาการ

        ข้อเขียนที่เกิดจากผลของการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นลายลักษณ์อักษร มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ค้นคว้า และมีการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมทั้งเสนอแนะความความคิดเห็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์

ความสำคัญ

 -  นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ

 -  นักศึกษาพัฒนาความรู้ความคิดของนักศึกษา แล้วนำเสนอความรู้ความคิดได้อย่างเป็นระบบ


ขั้นตอนการทำ

  • พิจารณาวัตถุประสงค์
  • กำหนดหัวเรื่อง
  • ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดขอบเขต
  • รวบรวมและบันทึกข้อมูล
  • วิเคราะห์ข้อมูล
  • เชื่อมโยงข้อมูลให้สัมพันธ์
  • เรียบเรียงข้อมูลอย่างเป็นระบบ
  • ตรวจสอบความถูกต้อง
  • จัดรูปเล่มให้เหมาะสม
องค์ประกอบของรายงานวิชาการ

-  ชื่อเรื่อง
-  ชื่อผู้ทำรายงาน
-  คำนำ
-  สารบัญ
-  บทนำ
-  เนื้อหา
-  บทสรุป
-  บรรณานุกรม

รายละเอียด   

   

-  ชื่อเรื่อง  ควรเป็นชื่อเรื่องที่กะทัดรัด  บอกบรรยากาสของเนื้อหาที่ชัดเจนและมีขอบข่ายที่แน่นอน
-  ชื่อผู้ทำรายงาน  ผู้ทำรายงานเป็นคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ตามการสั่งงานของอาจารย์ผู้สอน  


การเขียนรายงานวิชาการ

  • ใช้คำและข้อความที่สุภาพ ศัพท์บัญญัติ ศัพท์ทางราชการ
  • ใช้คำเต็มไม่ใช้คำย่อ สำหรับตำแหน่ง ยศ คำนำหน้าหรือคำย่ออื่นๆ
  • ใช้ภาษาระดับเดียวกัน ไม่ใช้ภาษาแสลงหรือภาษาถิ่น

ความรู้ใหม่
   ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆเกี่ยวกับการเขียนโครงการและการเขียนรายงานวิชาการ  ที่มีรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมความรู้เดิม

ข้อเสนอเเนะ
     ชอบที่ผู้สอน สอนสนุกทำให้ผู้เรียนไม่เครียดกับเนื้อหามากเกินไปและยังมีการยกตัวอย่างสิ่งต่างๆ รอบตัวทำให้เข้าใจหัสข้อนั้นๆเพิ่มมากขึ้นค่ะ


นางสาวสุนทรี  ถนอมพงษ์ 55113400166 ตอนเรียน  D1

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 9

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้
     ได้เรียนรู้เรื่อง ระเบียบงาน และการเขียนหนังสือราชการ
งานสารบรรณ
     1.การจัดทำ
     2.การรับ
     3.การส่ง
     4.การเก็บรักษา
     5.การยืม
     6.การทำลาย
การจัดทำสำเนา
- สำเนาคู่ฉบับ  จัดทำพร้อมต้นฉบับเก็บไว้กับเจ้าของเรื่อง ผู้ร่าง ผู้พิมพ์ ผู้ตรวจ ลงชื่อไว้ด้านล่างขวาของหนังสือ
- สำเนา          มีคำรับรองว่า "สำเนาถูกต้อง" เจ้าหน้าที่ระดับสองขึ้นไปรับรองสำเนาและเกฌบไว้ที่สารบรรณกลาง
ชนิดของหนังสือราชการ
1.หนังสือภายนอก (นอกส่วนราชการ) เป็นพิธีการใช้กระดาษตราครุฑ(หนังสือครุฑหรือหนังสือกลาง)
2.หนังสือภายใน (ในกระทรวงและจังหวัดเดียวกัน) เป็นพิธีการน้อยใช้กระดาษบันทึกข้อความ
3.บันทึก ต่ำกว่ากรมลงมา ใช้กระดาษบันทึกข้อความ/กระดาษอื่นๆ
4.หนังสือประทับตรา ใช้กระดาษตราครุฑ ใช้ในกรณีที่ไม่สำคัญ เช่น ส่งเอกสารเพิ่มเติม ประทับตราการลงชื่อหัวหน้าส่วนราชการคำขึ้นต้นมีเฉพาะ "ที่" และ "ถึง" ไม่มีคำลงท้าย
5.หนังสือสั่งการ  คำสั่ง,ระเบียบ,ข้อบังคับ
6.หนังสือประชาสัมพันธ์ ประกาศ,แถลงการณ์,ข่าว
7.หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ หรังสือรับรอง,รายงานการประชุม,บันทึก,หนังสืออื่นๆ
ปัญหาในการเขียนหนังสือราชการ
  - ความคิด
  - ยืดยาว เยิ่นเย้อ
  - รู้เรื่องคนเดียว
  - ขาดการประเมิน
หลักการเขียนเนื้อหา
  - ปัญหา
  - ข้อเท็จจริง
  - ข้อพิจารณา
  - ข้อเสนอ

ความรู้ใหม่
ชั้นความเร็วและชั้นความลับ
     ชั้นความเร็ว
  - ด่วน  ออกก่อนวันพรุ่วนี้ ก่อนหมดเวลาราชการ
  - ด่วนมาก  ภายใน 24 ชั่วโมง
  - ด่วนที่สุด  ภายในวันนี้ก่อนหมดเวลาราชการ
    ชั้นความลับ
  - ลับ  ความลับเกี่ยวกัยข่าวสารที่รั่วไหล แล้วจะทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือต่อเกียติภูมิของประเทศชาติ เช่น การตรากฎหมายที่สำคัญบางเรื่อง ระเบียบวาระประชุมลับ
  - ลับมาก  ความรับเกี่ยวกับข่าวสารที่รั่วไหล แล้วจะทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศชาติอย่างร้ายแรง เช่น แผนปราบปรามผู้ก่อการร้าย
  - ลับที่สุด  ความลับเกี่ยวกับข่าวสารที่รั่วไหล แล้วจะทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศชาติอย่างร้ายแรงที่สุด เช่น แผนป้องกันประเทศ แผนยุธศาสตร์

ข้อเสนอแนะ
     การยกตัวอย่างโดยการอธิบายเรื่องราวต่างๆใกล้ตัว หรือการยกตัวอย่างเรื่องง่ายๆ ทำให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนมากยิ่งขึ้นค่ะ


นางสาวสุนทรี ถนอมพงษ์ รหัส55113400166 ตอนเรียน  D1

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ ครั้งที่ 8

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้
   ได้เรียนรู้เรื่อง การเขียนจดหมาย
1.การเขียนเชิงกิจธุระ
    แบบฟอร์ม คือ เอกสารที่จัดทำขึ้น แบ่งเป็น 4 ประเภท
1. แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อบังคับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน แบบฟอร์มชนิดนี้หน่วยงานเป็นผู้จัดเตรียมขึ้น
2. แบบฟอร์มผู้อื่นขอความร่วมมือให้กรอก แบบฟอร์มที่ใช้เพื่อต้องการทราบข้อมูลทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง
3. แบบฟอร์มที่ใช้ภายในองค์การ องค์การสมัยนี้มีระบบการรสยรวมเรื่องราวทุกชนิดที่เกี่ยวกับบุคลากรภายในหน่วยงานของตนด้วยวิธีให้กรอก เช่น แบบฟอร์มใบลา
   *ความรู้องค์การใหญ่กว่าองค์กร
   *ใบสมัครงาน ข้อพึงระวังคือ ห้ามมีลอยลบ
4. แบบฟอรฺมสัญญา สัญญาในที่นี้หมายถึง เอกสารที่มีผลผูกพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย เช่น สัญฯาจะซื้อขายสินค้า
   *การกรอกแบบฟอร์มสัญญาต้องกรอกด้วยความระมัดระวัง และจะต้องเข้าใจเงื่อนไขผูกมัดต่างๆ ให้ดีเสียก่อน

    จดหมายกิจธุระ เป็นจดหมานระหส่างบุคคลติดต่อกับยุคคล ด้วยเรื่องทั่วๆ ไป เช่น การติดต่อสอบถาม
    จดหมายเปิดผนึก เป็นจดหมายประเภทกิจธุะเขียนเผยแพร่ต่อสาธารณะชน สื่อมวลชน ซึ่งส่วนมากได้แก่ หนังสือพิมพ์หรือวิทยุกระจายเสียง เผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต เพื่อลงหรือประกาศข้อความในจดหมายให้ประชาชนทั่วไปทราบ
   จดหมายราชการ หรือ หนังสือราชการ เป็นจดหมายที่ติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการหนึ่งกับอีกส่สนราชการหนึ่ง หรือติดต่อสื่อสารกันในระหว่าง กระทรวง ทบวง กรม กอง เดียวกัน รวมทั้งติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานเอกชนต่างๆ ด้วยจดหมาย ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารเป็นภาษาระดับทางการ
   ประกาศ เป็นการสื่อสารที่ใช้เผยแพร่ได้อย่างกว้างขวาง
- ประกาศทางราชการ มักจะเป็นข้อความที่ค่อนข้างยาว ละเอียด และเกี่ยวเนื่องกับตัวยทกฎหมาย โดยมีจุดประสงค์จะประกาศแจ้งให้บุคคลทั่วไปได้ทราบ

2.การเขียนจดหมายธุรกิจ
   จดหมายธุรกิจแบบราชการ ใช้รูปแบบเหมือนหนัวสือราชการภายนอกแต่ดัดแปลงรายละเอียดเล็กน้อยให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติ
   การเขียนหัวข้อต่างๆ ในจดหมายธุรกิจ
- หัวจดหมาย : ชื่อและที่อยู่ของบริษัท ห้างร้าน มักนิยมพิมพ์เป็นหัวข้อกระดาษจดหมายสำเร็จรูป
- วัน เดือน ปี : มักระบุเพียงเลขวันที่ ชื่อเดือน ปีพ.ศ.
- เรื่อง : เขียนสั้นๆ กระทัดรัดได้ใจความ
- คำขึ้นต้น : มักใช้คำว่า "เรียน"
- ข้อความ : มักเขียน 2-3 ย่อหน้า ย่อหน้าแรกจะกล่าวเหตุที่มีจดหมาย ย่อหน้าต่อมาจะแจ้งความประสงค์
- คำลงท้าย : มักใช้คำว่า "ขอแสดงความนับถือ"
- ลายเซ็นต์หรือลายมือชื่อของผู้ลงนามในจดหมาย
- ชื่อเต็มของผู้ลงนามในจดหมายโดยระบุอยู่ในวงเล็บ

ความรู้ใหม่
   ได้เรียนรู้ในการแยกประเภทของจดหมายที่จะทำให้ง่ายในการจดจำและเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยจะแยกเป็น
4 ประเภท ดังนี้
1. จดหมายส่วนตัว : จดหมายถึงเพื่อน ญาติพี่น้อง
2. จดหมายกิจธุระ : จดหมายลาป่วย ลากิจ
3. จดหมายธุรกิจ : จดหมายติดต่อเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
4. หนังสือราชการ : เอกสารที่ใช้ในการติดต่อกัยราชการ

ข้อเสนอแนะ
   เนื้อหามีจำนวนมาก แต่เวลาในการเรียนมีเวลาที่จำกัดทำให้ในบางเรื่อง บางหัวข้อไม่ค่อยเข้าใจค่ะ

นางสาวสุนทรี   ถนอมพงษ์ รหัส55113400166 ตอนเรียน D1


วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 7

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้

      กวีนิพนธ์ คือ บทร้อยกรองที่สร้างสรรค์ความงามด้วยอักษร จังหวะหรือท่วงทำนอง มีถ้อยคำที่สื่อสารอันอาจเป็นสัญลักษณ์หรือการสร้างภาพพจน์เพื่อให้อ่านเกิดจินตนาการได้อย่างสวยงามกว้างไกลและไร้ขอบเขตรวมทั้งเกิดความรู้สึกสะเทือนใจที่ลึกซึ้ง
     - สัมผัสคล้องจอง พยางค์ที่คล้องจองด้วยเสียงของสระหรือเสียงของพยัญชนะ
    - สัมผัสนอก สัมผัสนอกวรรคและนอกบท หรือระหว่างวรรค
      สัมผัสใน สัมผัสในวรรคเดียวกันซึ่งมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษรเพื่อความไพเราะ
    - คำเสียงสูง เหมาะเป็นคำท้ายสุดของวรรครับของกลอนสุภาพ
    - คำไวพจน์ คำที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือคำที่พ้องความหมาย
    - คำเอก ได้แก่ ก่อน แต่ เนิ่น แม่ พ่อ ว่า
      คำโท  คือ คำที่มีวรรณยุกต์โท

   บทร้อยกรองมี 5 ชนิด คือ
   1. โคลง  2.ฉันท์  3.กาพย์ 4.กลอน 5.ร่าย

สิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่

   วรรณกรรม อะไรก็ตามที่เราเขียนขึ้นมาจัดว่าเป็นวรรณกรรม วรรณกรรมงานเขียนทุกประเภทมีอย่างเดียวที่ไม่เป็นวรรณกรรม คือ หนังสือเรียน เพราะเป็นสื่อที่ให้ความรู้ข้อเท็จจริง
   วรรณคดี จะมีระยะเวลาที่นาน ในสมัยรัชกาลที่ 6 ถ้าหากวรรณคดีใดตราด้วยวรรณคดีสโมสรจัดว่าเป็นวรรณคดี

ข้อเสนอแนะ

    ได้รู้จักการแต่งกาพย์ยานี11 ซึ่งทำให้เกิดความคิด การใช้ภาษาที่มีการสัมผัสในแต่ละวรรคแตาละบท ซึ่งทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นค่ะ

นางสาวสุนทรี  ถนอมพงษ์ รหัส55113400166 ตอนเรียน D1



วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 6

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้

     ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความหมายทางภาษา ที่ประกอบไปด้วย โวหารและภาพพจน์
      โวหาร คือ กลวิธีในการใช้ภาษาด้วยการเลือกสรรค์ถ้อยคำมาเรียบเรียงในการเขียนเรื่องราวต่างๆ หรือพูดให้มีความหมาย
ประเภทของโวหาร
1.บรรยายโวหาร คือ กระบวนการที่แจกแจงอย่างละเอียด แจ่มแจ้ง
2.พรรณนาโวหาร คือ บรรยายเรื่องราวอย่างละเอียด ประณีต โดยแทรกอารมณ์โน้มน้าวให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์และภาพพจน์คล้อยตาม
3.เทศนาโวหาร คือ กระบวนการเขียนแบบแนะนำสั่งสอนโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นและปฏิบัติตาม
4.อุปมาโวหาร คือ กระบวนการเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความคมคาย
5.สาธกโวหาร คือ กระบวนการเขียนที่ยกตัวอย่าง
       ความหมายของภาพพจน์
ถ้อยคำที่เป็นสำนวนที่ไม่กล่าวตรงไปตรงมาแต่ทำให้เกิดเป็นภาพและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกส้างขวาง

ความรู้ใหม่

     ได้เรียนรู้เกี่ยวกับโวหารและภาพพจน์ที่มีความหมายและการใช้ที่แตกต่างกันโดนโวหารจะสื่อให้เห็นถึงชั้นเชิงหรือสำนวนแต่ภาพพจน์จะทำให้เห็นภาพและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวาง

ข้อเสนอแนะ

      การนำโวหารและภาพพจน์มาประกอบในการเรียนการสอนโดนการยกตัวอย่างทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น


นางสาวสุนทรี ถนอมพงษ์ รหัส55113400166  ตอนเรียน  D1